<- กลับไปหน้า webboard Webboard  
เลขกระทู้ #00001016  พอดีอ่านเจอในเน็ต เลยเอามาฝาก มอ ดังกันใหญ่แล้ว
 
            ค่าเทอมแสนโหด กับเรื่องโฉดแห่ง มอ.

บทความนี้เขียนขึ้นโดยไม่ได้มีเจตนา มุ่งให้ร้ายหรือทำลายผู้ใด หากแต่เป็นการชี้ให้เห็นเพื่อทำให้เห็นถึงความผิดปกติของระบบการบริหารใน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.)
เริ่มจาก ผมได้สมัครเข้าศึกษา ในระดับ ป.โท ในปีการศึกษา 2550 ซึ่งตอนที่ผมสมัครสอบนั้นก็คือเดือน ธันวาคม 2549 และกำหนดการสอบคือเดือน มกราคม 2550 จากนั้นอีกไม่กี่อาทิตย์ในเดือนมกราคม ก็ประกาศผลสอบ ซึ่งในใบสมัคร ได้มีรายละเอียดค่าเทอม จนจบการศึกษา(4 เทอม) โดยประมาณคือ 50,000 บาท(คณะวิทยาศาสตร์) แล้วรอเปิดเทอมในเดือนมิถุนายน


 
ผู้ตั้งกระทู้ <=> ค่าเทอม (03/10/2550 16:19 : 172.31.48.149)

ความคิดเห็นที่ 1
 
        แต่ปัญหามีอยู่ว่าระหว่างที่ผมรอเปิดเทอมนั้น ปลายเดือนมีนาคม ทางมหาลัยก็แจ้งขึ้นค่าเทอมอย่างกระทันหัน เป็นเทอมละ 22,000 บาท (4 เทอม = 88,000 บาท) ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากระเบียบการในสมัครไม่ได้แจ้งไว้ตามนั้น
แต่ก็ต้องยอมเสียเงินค่าเทอมตามนี้ เพราะตอนนั้น ไม่มีมหาลัยใดเปิดรับสมัครอีกแล้ว
เมื่อเปิดเรียน ก็ได้ทราบว่ามีหลายคนไม่พอใจกับการดำเนินการดังกล่าวของมหาลัย แต่ไม่สามารถพูดอะไรได้มาก เพราะถ้าตนเองแสดงออกอย่างชัดเจน ก็จะเป็นภัยแก่ตัว ตอนนี้ นักศึกษาหลายคน ทั้งระดับ ป.ตรี และระดับ ป.โท รู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก กับการกระทำของมหาลัยที่เปรียบเสมือนมัดมือชก และตอนนี้(เป็นข่าวลือ) นักศึกษา ป.โท จากคณะวิศวกรรมศาสตร์(วิศวะเสียค่าเทอม 28,000 x 4 = 112,000 บาท) ได้ยื่นฟ้องเรื่องดังกล่าวเพื่อดำเนินการทางกฏหมายกับทางมหาลัย เพื่อเรียกร้องความถูกต้อง ซึ่งตอนนี้นักศึกษาคนนั้น โดยเพิ่งเล็งจากอาจารย์ในมหาลัย ทั้ง ๆ ที่เขาทำในสิ่งที่ถูกต้อง
เท่านั้นยังไม่พอ ระเบียบการที่ว่า หากนักศึกษาไม่จบภายใน 2 ปี ต้องเสียเงินค่าเทอมการศึกษา เทอมล่ะเท่าไหร่ สำหรับนักศึกษา ป.โท ก็ยังไม่ออกมา ซึ่งผมเกรงว่าจะเป็นการเรียกเก็บแบบเหมาจ่าย ในราคา 22,000 เหมือนเดิม หรืออาจจะครึ่งหนึ่งแบบนักศึกษา ป.ตรี ซึ่งก็ยังถือว่าแพง หากเทียบว่า ปีการศึกษานั้นไม่มีการเรียนใด ๆ เป็นเพียงการลงทะเบียนในรายวิชาวิทยานิพนธ์ เท่านั้น
เรื่องที่ว่ามานี้ มหาลัยทำเหมือนว่าไม่ประกาศตัวเองว่าออกนอกระบบ แต่ค่าเทอมออกนอกระบบไปเรียบร้อยแล้ว แล้วผมถามหน่อยว่า อย่างงี้ก็เท่ากับว่ามหาลัยไม่ออกนอกระบบยังได้เงินสนับสนุนจากรัฐบาล แล้วนี่ยังได้เงินจากค่าเทอมที่แพงเท่ากับออกนอกระบบอีกเหรอครับ อย่างงี้ค่าเทอยิ่งกว่าจุฬาอีก อย่างน้อยจุฬาก็ประกาศว่าออกนอกระบบชัดเจน การทำแบบนี้เหมือนว่าไม่ต้องการให้สื่อหรือประกาศตัวอย่างเป็นทางว่าออกนอกระบบเพื่อไม่ให้มีปัญหา ซึ่งจริง ๆ แล้วที่เด็กไม่อยากออกระบบก็เพราะว่าค่าเทอมจะแพงขึ้นไม่ใช่เหรอครับ มหาลัยทำแบบนี้ ไม่ผิดเหรอครับ
สุดท้ายผมต้องขอบอกว่า นักศึกษาทุกคนอยากเรียกร้องความเป็นธรรม อย่างปัญญาชนเขาทำกันไม่มีการประท้วงใด ๆ แต่สิ่งที่มหาลัยทำ ผู้บริหารมหาลัยคิด ผมไม่แน่ใจว่าเป็นปัญญาชน ผู้ที่ไม่เอาปัญญาไปใตร่ตรองถึงความยุติธรรม หรือศีลธรรมหรือเปล่า ถ้าการบริหารยังเป็นอย่างนี้ ผมเชื่อแน่ว่า ในภายภาคหน้า มหาลัยคงพบกับปัญหาอีกมากมาย
“ ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตัว เป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์ เป็นกิจที่หนึ่งลาภ ทรัพย์ และเกียรติยศ จะตกแก่ท่านเอง ถ้าท่านทรงธรรมมะแห่งอาชีพ ไว้ให้บริสุทธิ์”

http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K5816799/K5816799.html

ผู้ตอบกระทู้ <=> ค่าเทอม (03/10/2550 16:19 : 172.31.48.149)

ความคิดเห็นที่ 2
 
        http://www.songkhlatoday.com/index.php?file=webboard&obj=forum(20127)

ผู้ตอบกระทู้ <=> ค่าเทอม (03/10/2550 16:22 : 172.31.48.149)

ความคิดเห็นที่ 3
 
        ม.อ. กับค่าเทอมเหมาจ่ายในปี 2550
โดย Insideman

หลังจากที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(ม.อ.)ชะลอการผลักดันพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสู่สถาบันในกำกับของรัฐ เพื่อรอความชัดเจนของพระราชบัญญัติส่งเสริมมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐบาล เหมือนจะเป็นชัยชนะของนักศึกษา คนรุ่นใหม่ที่ได้ต่อสู้พิทักษ์สิทธิ์ของตัวเอง แต่นั้นก็ไม่ใช่ชัยชนะที่ยั้งยืนในเมื่อค่าเทอมของนักศึกษาเพิ่มขึ้นทุกๆปี ภาระยังคงถูกผลัดส่งให้นักศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเหตุที่ว่า “ความก้าวหน้า”

ในปีการศึกษาหน้า (2550) นักศึกษาใหม่ของมอ.ทุกคณะและทุกวิทยาเขต(ปัตตานี หาดใหญ่ ตรัง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต ) จะต้องรับภาระกับค่าเทอมซึ่งรวมค่าหน่วยกิจรวมทั้งค่าธรรมเนียมพิเศษต่างๆเพิ่มขึ้นประมาณ 20-250%(ยี่สิบถึงสองร้อยห้าสิบเปอร์เซ็นต์)ของค่าเทอมที่จ่ายของตลอดการศึกษาเดิม(มากน้อยขึ้นกับคณะที่เข้าศึกษา)


ผู้ตอบกระทู้ <=> ค่าเทอม (03/10/2550 16:35 : 172.31.48.149)

ความคิดเห็นที่ 4
 
        ซึ่งเป็นไปตามประกาศของมหาวิทยาลัยซึ่งจะมีผลบังคับใช้กับนักศึกษาใหม่ในปีการศึกษาหน้าซึ่ง หากเปรียบเทียบดูแล้วน่าตกใจเป็นอย่างยิ่งว่าค่าเทอมสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในกลุ่มของสังคมศาสตร์สูงขึ้น มากกว่า ร้อยเปอร์เซ็นต์ทุกคณะ

หากนำค่าเทอมใหม่ลบด้วยค่าเทอมเก่าตลอดหลักสูตรแล้วคิดเป็นเปอร์เซ็นต์เปรียบเทียบกับหลักสูตรแล้วนำมาจัดลำดับหลักสูตร(จากทั้งหมด 91 หลักสูตรที่มีการเพิ่มค่าเทอม)พบว่า 13 อันดับแรกเป็นกลุ่มของสังคมศาสตร์
ได้แก่ 1.นิเทศศาสตร์(สุราษฎร์ธาณี) 252%
2.รัฐประศาสนศาสตร์(การบริหารงานคลัง) 227%
3.รัฐประศาสนศาสตร์(นโยบายสาธารณะ) 224%
4.รัฐประศาสนศาสตร์(การบริหารงานบุคคล) 220%
5.บริหารธุรกิจ (การบริหารทรัพยากรมนุษย์) 217%
6.บริหารธุรกิจ(การเงิน) 216%
7.บริหารธุรกิจ(การบัญชี) 215%
8.บริหารธุรกิจ(การตลาด) 206%
9.คอมพิวเตอร์ธุรกิจ 180%
10.พัฒนาการเกษตร 180%
11.ศิลปการแสดง 174%
12.ภาษาเกาหลี 173%
13.กฎหมายอิสลาม ) 173%
อันดับที่ 14 เป็นของหลักสูตร พยาบาลศาสตร์ 172 % จากนั้นอีก 13 หลักสูตรต่อจากนั้นเป็นของกลุ่มสังคมศาสตร์ทั้งหมด


ผู้ตอบกระทู้ <=> ค่าเทอม (03/10/2550 16:35 : 172.31.48.149)

ความคิดเห็นที่ 5
 
        คณะที่น่าสนใจคือคณะทรัพยากรธรรมชาติที่ค่าเทอมตลอดหลักสูตรโดยเฉลี่ย 6 ภาควิชาอยู่ที่ประมาณ 50,000 บาทกระโดดเป็น 120,000(อ่านว่าหนึ่งแสนสองหมื่นบาท ไม่ได้พิมพ์ผิด) เพิ่มขึ้นร้อยสี่สิบเปอร์เซ็นต์ ทั้งที่คณะนี้เราทราบกันดีว่ามีรายได้จากการขาย นม เนื้อไก่ เนื้อวัว ผัก (ซึ่งนักศึกษาปลูกเอง) และงานเกษตรที่ปีหนึ่งๆ เงินสะพัดหลายล้านบาท กลับเรียกเก็บค่าเทอมชนิดที่เรียกว่า พ่อค้าหน้าเงิน ได้ถึงขนาดนี้ ทั้งๆที่รายได้เสริมส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่นักศึกษาในคณะหรือที่ช่วยกันทำ ช่วยกันปลูก ช่วยกันขายให้กับคณะ เจ็บแค้นจิงๆ ทำกันได้ลง

เป็นที่น่าสังเกตุว่ากลุ่มของวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์สุขภาพค่าเทอมตลอดหลักสูตรเพิ่มขึ้นเปอร์เซ็นต์อยู่ประมาณที่ 30 – 80 (เปอร์เซ็นต์เฉพาะในวิทยาเขตหาดใหญ่ ส่วนวิทยาเขตปัตตานี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไม่ต้องพูดถึง ทะลุเพดานร้อยกว่าไปแล้ว) ซึ่งอาจจะตีความได้ว่า(ความคิดเห็นส่วนบุคคลโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านและตีความ) เนื่งจากกลุ่มสังคมศึกษามีค่าใช้จ่ายที่คิ่นข้างต่ำทำให้นักศึกษาที่มีฐานะทางการเงินจึงตัดสิ้นใจเลือกที่จะศึกษาในกลุ่มนี้ ซึ่งส่วนทางกับความต้องการของสังคมที่ต้องการกลุ่มวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ การขึ้นค่าเรียนตลอดหลักสูตรในกลุ่มนี้ให้มีความใกล้เคียงกับกลุ่มวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์สุขภาพจะเป็นการลดช่องว่างตรงนั้นลง เพื่อเบนความสนใจในให้นักศึกษาเลือกที่จะมาศึกษาในกลุ่มวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์สุขภาพแทน

ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นแต่เฉพาะในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เพียงแห่งเดียวแต่เกิดขึ้นกับมหาวิทยาลัยทุกแห่งในประเทศไทย ดังเช่น
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะสาขาวิชาสังคมศาสตร์ขึ้นค่าเทอมจาก 8,500 บาทต่อเทอม(ปีการศึกษา 2542 - 2547) เป็น 12,000 บาทต่อเทอม(ปีการศึกษา 2548 - 2549) และกำลังจะปรับเป็น 14,500 บาทต่อเทอม (ปีการศึกษา 2550-2551)
มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี เริ่มเรียกค่าธรรมการศึกษาเป็นเหมาจ่ายในปี 2549 (เริ่มเก็บแล้ว) โดยนักศึกษาสายวิทยาศาสตร์ 10,000 บาทต่อเทอม และสายสังคมศึกษา 9,000 บาทต่อเทอม ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าตัวทำใน สมาพันธ์นักศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี (เทียบเท่าสภานักศึกษาของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์)ออกมาเคลื่นไหวปกป้องสิทธิ์ที่ถูกละเมิด

เห็นได้ชัดว่าภาระหนักอึ่งถูกผลักให้กลับนักศึกษาโดยตรงอย่างหลีกเหลี่ยงไม่ได้ ในเมื่อมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นที่ที่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งที่บ่มเพาะบัญฑิต และมีผู้ทรงความรู้ขั้นสูงรวมตัวอย่กำลังเบียดเบนนักศึกษา ซึ่งการกระทำเช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับการที่เจ้าหน้าขูดรีดชาวบ้านตาดำๆ
สุดท้ายขออัญเชิญพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่

“ คนเรา ถ้าพอในความต้องการ มันก็มีความโลภน้อย เมื่อมีความโลภน้อย ก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย
พอเพียง อาจมีมาก อาจมีของหรูหราก็ได้ แต่ว่าต้องไม่เบียดเบียนคนอื่น Insideman

ตาราง


ข้อมูล
ค่าเทอมจุฬา
http://www.reg.chula.ac.th/fee1.html


ผู้ตอบกระทู้ <=> ค่าเทอม (03/10/2550 16:36 : 172.31.48.149)

ความคิดเห็นที่ 6
 
        จริงอย่างที่ผู้ข้อความที่กล่าวนักศึกษาหลายคนมีความสงสัยกับปัญหาที่ยังไม่มีใครตอบและยังค้างคาใจอยู่
จนถึงปัจจุบัน การขึ้นค่าเทอมแบบนี้ไม่ถูกต้องถ้ามหาวิทยาลัยจะกำหนดค่าเทอมใหม่ต้องระบุไว้ที่ใบสมัคร
ให้เรียบร้อย นักศึกษาจะได้ตัดสินใจได้ไม่ใช่มัดมือชกอย่างที่ความคิดเห็นที่ 1 กล่าว ค่าเทอมตามที่มหาวิทยาลัยระบุมันเป็นสิ่งที่ผู้ต้องการศึกษาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจเล่าเรียนด้วย อย่างไรก็ตามก็ขอเป็นกำลังใจแก่นักศึกษาวิศกรรมศาสตร์ที่มีเรื่องรองเรียนกับมหาวิทยาลัยถือว่าเป็นคนที่กล้าหาญมากค่ะ

ผู้ตอบกระทู้ <=> นักศึกษาคนหนึ่ง (08/10/2550 10:06 : 58.137.113.19)

ความคิดเห็นที่ 7
 
        ทำไมมหาลัยไม่ออกมาอธิบายเรื่องนี้ให้ชัดเจน

ผู้ตอบกระทู้ <=> . (25/10/2550 16:12 : 192.168.39.80)

ความคิดเห็นที่ 8
 
        หากมีการฟ้องร้องจริง "ขอเป็นกำลังใจให้นักศึกษาคนนั้นเป็นอย่างยิ่ง"

สำหรับการขึ้นค่าเทอมนั้นก้อคงไม่เป็นไรหากมีการนำเงินดังกล่าวไปสนับสนุนด้านการศึกษา สนับสนุนการทำ thesis คำอธิบายและการกระทำที่ชัดเจนของมหาลัยจะมีผลมากในเวลานี้ ไม่ใช่นโยบายดี..ดีแต่นโยบาย..

แน่นอน " พระบิดาจะคุ้มครองคนดี"




ผู้ตอบกระทู้ <=> นับถือนักศึกษาคนนั้นมาก (28/10/2550 21:30 : 202.129.16.29)

ความคิดเห็นที่ 9
 
        ผู้ใหญ่ทำไมเลวแบบนี้ จะหากินกับการศึกษาเนี่ยนะ ขอให้ล่มจมทั้งตระกูลพวกผู้บริหารมือถือสาก ปากถือศีล

ผู้ตอบกระทู้ <=> โลซก (02/11/2550 15:42 : 172.28.3.44)

ความคิดเห็นที่ 10
 
        คณะที่ต้องการจะเรียนค่าเทอมแพงสุดๆแล้วจะเอาเงินทีไหนเรียนกันละคับเรียนมาแล้วจบมาก็ไม่รู้จะมีงานทำเหรอเปล่าเราจะพัฒนาอนาคตของชาติได้อย่างไรละคั
ผมเป็นกำลังใจให้คนที่ต้องการความยุติธรรม ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่ยุติธรรมเลยแม้ว่ารู้อยู่อนาคตของชาติจะเอาอะไรกันหนักหนาก็ไม่รู้

ผู้ตอบกระทู้ <=> อาจารย์มหาลัยฯแห่งหนึ่ง (13/11/2550 17:05 : 125.27.139.204)

ความคิดเห็นที่ 11
 
        เมื่อการศึกษากลายเป็นธุรกิจแล้วนักศึกษาจะมีคุณภาพได้อย่างไร ดูอย่างราชภัฏสุราษฎร์ธานีที่เคยมีชื่อเสียงโด่งดังเรื่องขายเกรดซิ อธิการยังคิดแค่ว่าขอให้มีคนมาเรียนเยอะ ๆจะได้มีเงินเข้ามหาวิทยาลัยเยอะ เพราะต้องเปลี่ยนรถที่ใช้บ่อยๆ เนื้อหายาก เด็กไม่ค่อยจะเข้าใจ ก็หาว่าอาจารย์สอนไม่ดี เด็กราชภัฏต้องได้เกรดดี ๆ จบออกไปเป็นขยะสังคมเหรอเพ แบบนี้การศึกษาจึงไม่พัฒนา

ผู้ตอบกระทู้ <=> เด็กมอ. (28/11/2550 16:41 : 58.9.185.252)

ความคิดเห็นที่ 12
 
        คิดดูแล้วมอ. น่าจะเปลี่ยนชื่อเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลานครินทร์เสียจะยังดีกว่าเพราะดูแล้วมอ. ชอบทำอะไรคล้ายราชภัฏ อาจารย์บางคนคิดแต่จะออกไปหารายได้พิเศษ เวลาสอนก็เน้นเล่นตลกคาเฟแล้วบอกว่าตัวเองสอนดี
เด็กทำไม่ได้แต่เขียนมุขอาจารย์ลงในข้อสอบอีเต่าเสือกให้คะแนนเพิ่ม

ผู้ตอบกระทู้ <=> ไม่ใช่มอ.แต่รักมอ. เพราะจบมอ. (28/11/2550 16:47 : 58.9.185.252)

ความคิดเห็นที่ 13
 
        ความรู้มากๆ ก็เหมือนกำแพงอิฐที่ก่อตัวสูง
ความรู้สูง กำแพงสูง
ความรู้รอบด้าน ก็เหมือนกำแพงรอบตัว
บางครั้งมันอาจทำให้มองไม่เห็นอะไร
นอกจากอิฐที่เราก่อขึ้นมา
by โน๊ต อุดม

คิดเอาเองนะค่ะ แก่ๆๆกันแล้วหนิ


ผู้ตอบกระทู้ <=> คนผ่านมา (05/12/2550 17:54 : 125.26.219.244)


ตอบกระทู้ ( กรุณา Login เพื่อตอบกระทู้ )
       
    ใช้ Username และ Password ของ PSU Passport  
    Username Password  
 

- คู่มือบัณฑิตวิทยาลัย - คู่มืออาจารย์ที่ปรึกษา - คู่มือบัณฑิตศึกษา - คู่มือสมัครเข้าศึกษา
- คู่มือการจัดทำหลักสูตร - อาจารย์ประจำหลักสูตร - ปฏิทินการศึกษา - ค่าธรรมเนียมการศึกษา
- กรอบมาตรฐานหลักสูตร - การประเมินผลวิชาวิทยานิพนธ์ - หอเกียรติคุณ - การรับสมัครแบบตลอดปี
- แบบฟอร์มต่างๆ - หน้าที่และบทบาท - แบบฟอร์มต่างๆ - ติดต่อเรา
       

All Rights Reserved, Copyright © 2013, Graduate School, Prince of Songkla University
บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ชั้น 10-11 อาคาร 2 (ด้านหลัง) ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ (Learning Resources Center)
ม.สงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
โทร 0-7428-6997 แฟ็กส์ 0-7428-6992, e-mail address : grad@group.psu.ac.th